ชื่อเรื่อง/Title คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ / Educational Quality of Islamic Private Schools in the Three Southern Border Provinces
     บทคัดย่อ/Abstract <dd>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามเกณฑ์คุณภาพของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จำแนกตามประเภทโรงเรียนมาตรา 15(1) และ 15(2) จำแนกตามอัตราการได้รับเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนในโรงเรียนมาตรา 15(1) จำแนกตามจังหวัดที่โรงเรียนตั้งอยู่ในมาตรา 15(2) และรวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามโดยศึกษาคุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียน 7 ปัจจัย คือ ปรัชญาและเป้าหมายของโรงเรียน หลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน บุคลากร ทรัพยากรเพื่อการเรียนการสอน การจัดการการบริหาร กิจการนักเรียน และสัมฤทธิผลของนักเรียน <br /><br /> <dd>กลุ่มประชากรที่ใช้ คือ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิเสลามที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ปีการศึกษา 2543 ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 113 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยค่าร้อยละ <br /><br /> <dd>ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ <br /><br /> 1. คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่ควรปรับปรุงโดยเร่งด่วนถึงพอใช้ในทุกปัจจัยคุณภาพ <br /><br /> 2. คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามที่ได้รับเงินอุดหนุนในอัตราร้อยละ 100 ส่วนใหญ่อยู่ในระดับพอใช้ถึงดีมาก ส่วนคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนร้อยละ 60 และร้อยละ 40 ส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่ควรปรับปรุงโดยเร่งด่วนถึงพอใช้ <br /><br /> 3. คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในจังหวัดยะลา ปัตตานีและนราธิวาสส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่ควรปรับปรุงโดยเร่งด่วนถึงพอใช้ในทุกปัจจัยคุณภาพ <br /><br /> 4. ปัญหาและข้อเสนอแนะของการปฏิบัติงานตามเกณฑ์คุณภาพที่โรงเรียนประสบอยู่เป็นจำนวนมาก คือ ปัญหาการไม่ปฏิบัติตามปรัชญาและเป้าหมาย ซึ่งโรงเรียนควรแก้ไขปัญหาด้วยการจัดให้นักเรียนและบุคลากรมีส่วนร่วมในการกำหนดปรัชญาและเป้าหมายของโรงเรียน ความต้องการของนักเรียนและชุมชน โรงเรียนควรแก้ปัญหาด้วยการจัดหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับปรัชญา/เป้าหมายของโรงเรียน ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ไม่เพียงพอกับหน้าที่งานที่มีมากขึ้น โรงเรียนควรแก้ปัญหาด้วยการจัดสรรงานและมอบหมายงานให้เหมาะสมกับความสามารถและความสนใจของบุคลากร ปัญหางบประมาณไม่เพียงพอ ปัญหาเกี่ยวกับผู้บริหารที่ขาดความรู้ความชำนาญในการบริหารงานต่างๆ ปัญหาการดูแลติดตามความประพฤติของนักเรียนยังไม่ทั่วถึง โรงเรียนควรแก้ปัญหาด้วยการเปิดโอกาสให้ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ได้เข้ามาร่วมมือกันในการพัฒนาวินัยนักเรียน และนักเรียนบางส่วนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ ที่โรงเรียนกำหนด โรงเรียนควรแก้ปัญหาด้วยการพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ

The purpose of this research was to investigate the education quality of Islamic Private School in the three Southern Border Provinces according to quality standard of the Office of priate Education Vommission classifiled by type of schools in Islamic Private Schools Act 15(1) and Act 15(2) of Thai legal code, classified by subsidies received for cach student, classified by Islamic Private Schools Act 15(2)'s location of each province as well as gathering problems and recommendations on handling the management of Islamic Private Schools in the three Southern Border Provines. Also, it was intended to study educational quality of Islamic Private Schools in 7 factors : 1. Objective and Philosophy of the school. 2. Curriculum and teaching and learning process. 3. School staffs. 4. Necessary resources for teaching and learning. 5. Administration management. 6. Students affairs; and 7. Students educational outcome. The population studied was 113 Islamic Private Schools in three Southern Border Provinces, which offered teaching and learning from lower secondary education for the academic year 2000 A.D. The data providers were those who were the responsibility person to the school quality assurance. The research instrument was checklist, which was multiple choice questions and open-ended. its overall validity have an average of 3.5 up and standard Deviation (SD) is not more than 1. Data collection was done by sending checklists to the responsibility person to the school quality assurance, then the researcher gathered them back personally. The analysis was performed for percentage.<br /> Research findings are as follows<br /> 1. The mojority of educational quality of Islamic Private Schools Act 15(1) and Act 15(2) of Thai legal code was in an urgency improve to fairy good level in all factors of quality.<br /> 2. The mojority of educational quality of Islamic Private Schools Act 15(1) of Thai legal code which received subsidies from the Government the 100% was in fairy good to very good level in all factors of quality, but educational of Islamic Private Schools Act 15(1) of Thai legal code which received subsidies from the Government the 60% and 40% were in an urgency improve to fairy good level in all factors of quality.<br /> 3. The mojority of educational quality of Islamic Private Schools Act 15(2) located in the provinces of Yala, Pattani and Narathiwat at an urgency mprove to fairy good level in all factors of quality.<br /> 4. The problems and a summary of recommendations to remedy those problems in the ligth of the quality standards set forth by the Office of Private Education commission, for Islaimc Private Schools in the three Southern Border Provinces can be outlined by the following: Insufficient adherevce to stipulated objectives and philosophies. The suggestion to solve this problem is to give both students and staff personnel the opportunity to participate in activities stipulated by school objectives and philosophies. Problems regarding curriculum, teaching and learning process that the design of curriculum and teaching and teaching and learning curriculum, teaching and learning process that the design of curriculum and teaching and learning process are not in line with the school's objectives and philosophies as weii as the needs of students and the community. As for aspect of personnel, the number of staff was not adequate for the current work load. The school should solve such problem by allocating or appoiting work appropriately with the personnel's aptitube and interest. The budget was insufficient to allow adequate allocation of sources. Problems regarding administrative management were found to be that most administrators had a shortage of administrative skills. Prolems relating to students affairs were found to be that the schools inability to keep students behavior in line with related school policy. The school should solve such problem by providing opportunities for teachers, students and guardians to participate in developing students behavior. Finally regarding students educational standards can be identified by the fact that educational level was not on par with students set forth by the school. To solve these problems, teachers should increase efficiently methods of teaching and learnind process.
     ผู้ทำ/Author
Nameนาวาลย์ ปานากาเซ็ง
Organization มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บัณฑิตวิทยาลัย
     เนื้อหา/Content
หน้าปก
บทคัดย่อ
กิตติกรรมประกาศ
สารบาญ
บทที่ 1 บทนำ
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (หน้า 14-41)
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (หน้า 42-69)
บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย
บทที่ 4 ผลการวิจัย (หน้า 76-107)
บทที่ 4 ผลการวิจัย (หน้า 108-139)
บทที่ 4 ผลการวิจัย (หน้า 140-171)
บทที่ 4 ผลการวิจัย (หน้า 172-203)
บทที่ 4 ผลการวิจัย (หน้า 204-235)
บทที่ 4 ผลการวิจัย (หน้า 236-266)
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ประวัติผู้เขียน
     กลุ่มหัวเรื่อง: ด้านการศึกษา
--นโยบายทางการศึกษา
--ปัญหาทางการศึกษา
--การจัดการศึกษา
อิสลามศึกษา
     Contributor:
Name: ผ่องศรี วาณิชย์ศุภวงศ์
Roles: ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
     Publisher:
Name:มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
Address:ปัตตานี (Pattani)
     Year: 2544
     Type: วิทยานิพนธ์/THESES
     Copyrights :
     Counter : 4749
     Counter Mobile: 11